Water Intake Calculator

ใส่น้ำหนัก + activity + climate เพื่อคำนวณปริมาณน้ำที่ควรดื่ม และ reminder schedule

สูตรพื้นฐาน: 35 ml ต่อ kg แล้วปรับตาม activity และสภาพอากาศ

Result

Daily Water Target-
Approx. Cups / day-
Per Reminder-

คำแนะนำทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

💧 จับเวลาฟื้นแฮงค์ 💊 วิตามินตีกันไหม

คำถามที่พบบ่อย — คำนวณปริมาณน้ำที่ควรดื่ม (Water Intake Calculator)

ควรดื่มน้ำวันละกี่ลิตร และมีสูตรคำนวณอย่างไร?

ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สูตรพื้นฐานที่นิยมใช้คือ 35 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น หากน้ำหนัก 60 กก. ควรดื่มน้ำประมาณ 2,100 มล. หรือ 2.1 ลิตรต่อวัน จากนั้นต้องปรับเพิ่มตามระดับกิจกรรม (ออกกำลังกายหนักเพิ่ม 20%) และสภาพอากาศ (อากาศร้อนเพิ่ม 15%) การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดวันดีกว่าดื่มครั้งละมากๆ

น้ำ 8 แก้วต่อวันเพียงพอไหม เป็นหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องหรือเปล่า?

กฎ "ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน" หรือประมาณ 2 ลิตร เป็นค่าเฉลี่ยที่พอเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปที่มีกิจกรรมปกติในอากาศเย็น แต่ในความเป็นจริงไม่มีตัวเลขสากลเดียว ความต้องการน้ำขึ้นอยู่กับน้ำหนัก อายุ ระดับกิจกรรม และสภาพอากาศ วิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจสอบว่าดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่คือดูสีของปัสสาวะ ถ้าสีเหลืองอ่อนหรือใสแสดงว่าพอดี

อาการขาดน้ำ (Dehydration) คืออะไร มีสัญญาณอะไรบ้าง?

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เกิดขึ้นเมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าที่ได้รับ สัญญาณเตือนเบื้องต้นได้แก่ กระหายน้ำ ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม ปากแห้งและรู้สึกเหนื่อยโดยไม่มีสาเหตุ หากขาดน้ำมากขึ้นอาจมีปวดหัว เวียนหัว สมาธิลดลง และในกรณีรุนแรงอาจหมดสติได้ สำหรับประเทศไทยที่อากาศร้อนและชื้นตลอดปี ความเสี่ยงขาดน้ำสูงกว่าประเทศที่มีอากาศเย็น ควรดื่มน้ำสม่ำเสมอแม้ไม่รู้สึกกระหาย

อากาศร้อนในประเทศไทยต้องดื่มน้ำมากขึ้นกว่าปกติอย่างไร?

ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยร่างกายสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อมากกว่าปกติ อาจถึง 1-2 ลิตรต่อชั่วโมงในขณะออกกำลังกายกลางแดด ควรเพิ่มปริมาณน้ำดื่มขึ้นอีก 10-20%จากปริมาณฐาน ในช่วงหน้าร้อนหรือเมื่อออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย นอกจากน้ำเปล่า ผักผลไม้ที่มีน้ำสูงเช่น แตงโม แตงกวา ส้ม ก็ช่วยเสริมความชุ่มชื้นของร่างกายได้ด้วย