วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2568 ทีละขั้น
📌 บทความนี้ครอบคลุมภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2568 (ยื่นแบบปี 2569) ตัวเลขค่าลดหย่อนและอัตราภาษีเป็นไปตามกฎหมายปัจจุบัน
ทำความรู้จักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax) คือภาษีที่บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคล และคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ต้องเสียให้กับกรมสรรพากร ปีละครั้ง โดยยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (มีเงินได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (มีเงินได้จากการจ้างงานประเภทเดียว)
สำหรับปีภาษี 2568 ต้องยื่นภายใน 31 มีนาคม 2569 และหากยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรจะได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน
คนที่มีรายได้เกิน 60,000 บาทต่อปี (ก่อนหักใดๆ) มีหน้าที่ยื่นแบบภาษี แม้ว่าเมื่อคำนวณแล้วจะไม่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มก็ตาม
เงินได้ประเภทไหนต้องเสียภาษี?
กฎหมายแบ่งเงินได้เป็น 8 ประเภท (40(1)–40(8)) โดยแต่ละประเภทมีอัตราหักค่าใช้จ่ายต่างกัน ที่พบบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันคือ:
- 40(1) เงินเดือน ค่าจ้าง — หักค่าใช้จ่ายได้ 50% สูงสุด 100,000 บาท
- 40(2) ค่าคอมมิชชัน ค่านายหน้า — หักค่าใช้จ่ายได้ 50% สูงสุด 100,000 บาท
- 40(3) ค่าลิขสิทธิ์ ค่าสิทธิ — หักค่าใช้จ่ายได้ 50% สูงสุด 100,000 บาท
- 40(5) ค่าเช่า — หักค่าใช้จ่ายตามจริง หรืออัตราเหมาตามประเภทอสังหาริมทรัพย์
- 40(8) รายได้จากธุรกิจ วิชาชีพอิสระ — หักค่าใช้จ่ายตามจริง หรืออัตราเหมา
หากมีเงินได้หลายประเภท ให้นำมารวมกันทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแต่ละส่วน
ค่าลดหย่อนที่ใช้ได้ปี 2568
ค่าลดหย่อนช่วยลดฐานภาษีของคุณ ยิ่งลดหย่อนได้มาก ยิ่งเสียภาษีน้อยลง ค่าลดหย่อนที่ใช้บ่อยสำหรับมนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์:
⚠️ SSF + RMF + กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ + กบข. รวมกันไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ต้องวางแผนให้ดีเพื่อไม่ให้เกินเพดาน
อัตราภาษีเงินได้แบบก้าวหน้าปี 2568
ไทยใช้ระบบภาษีอัตราก้าวหน้า หมายความว่าเงินก้อนแรกเสียภาษีน้อย เงินที่เกินขึ้นมาเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นตามลำดับ ดังนี้:
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี | ภาษีขั้นนี้ (บาท) |
|---|---|---|
| 1 – 150,000 | ยกเว้น 0% | 0 |
| 150,001 – 300,000 | 5% | สูงสุด 7,500 |
| 300,001 – 500,000 | 10% | สูงสุด 20,000 |
| 500,001 – 750,000 | 15% | สูงสุด 37,500 |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | สูงสุด 50,000 |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | สูงสุด 250,000 |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | สูงสุด 900,000 |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% | — |
ข้อสำคัญ: ภาษีแต่ละขั้นคิดเฉพาะส่วนที่อยู่ในช่วงนั้น ไม่ใช่คิดทั้งก้อนในอัตราสูงสุด
ตัวอย่างการคำนวณทีละขั้น
สมมติ นายก. มีเงินเดือน 50,000 บาท/เดือน ไม่มีคู่สมรส มีประกันสังคม ซื้อประกันชีวิต 50,000 บาท/ปี ไม่มีกองทุนอื่น
ขั้น 1: รายได้รวมทั้งปี
ขั้น 2: หักค่าใช้จ่าย
ขั้น 3: หักค่าลดหย่อน
ขั้น 4: คำนวณภาษี
หักภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทหักให้แล้วออก ถ้าหักไว้เกิน 15,600 บาท → ได้คืน | ถ้าหักไว้น้อยกว่า → ต้องจ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับประหยัดภาษีที่ถูกกฎหมาย
- ซื้อกองทุน RMF ก่อนสิ้นปี — ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท แต่ต้องถือครองถึงอายุ 55 ปี ใช้ เครื่องคำนวณสิทธิ RMF/SSF เพื่อหาวงเงินที่เหมาะกับคุณ
- ซื้อ SSF — ไม่มีเงื่อนไขอายุขั้นต่ำ แต่ต้องถือ 10 ปีปฏิทิน ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท
- ซื้อประกันชีวิต-สุขภาพ — ลดหย่อนได้รวมสูงสุด 100,000 บาท และยังได้รับความคุ้มครองด้วย
- บริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา/สาธารณประโยชน์ — ลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาค (มีเพดาน)
- กู้บ้าน — ดอกเบี้ยเงินกู้บ้านลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี
💡 ยิ่งวางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปี ยิ่งมีเวลากระจายการซื้อกองทุนหรือประกัน ไม่ต้องรีบซื้อยกก้อนช่วงธันวาคม ตรวจสอบภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากสลิปเงินเดือนด้วย เครื่องคำนวณ Payslip + Tax
🧮 คำนวณภาษีของคุณได้เลย — ฟรี
ใส่เงินได้และค่าลดหย่อนของคุณ ระบบจะคำนวณภาษีให้ทันที พร้อมแสดงรายละเอียดทีละขั้นตอน
เปิดเครื่องคำนวณภาษี 2568–2569 →