วิธีใช้
- ใส่ราคาบ้านหรือคอนโดที่ต้องการซื้อ
- ใส่เงินดาวน์หรือเงินก้อนแรกที่เตรียมไว้
- กรอกดอกเบี้ยและจำนวนปีที่คาดว่าจะกู้
- ดูค่างวดและดอกเบี้ยรวมเพื่อเทียบหลายแผน
ประเมินยอดผ่อนบ้านหรือคอนโดก่อนยื่นกู้ ดูยอดกู้หลังเงินดาวน์ ค่างวดรายเดือน ดอกเบี้ยรวม และยอดชำระทั้งหมด
ใช้หน้านี้เมื่อคุณมีราคาบ้าน เงินดาวน์ และดอกเบี้ยโดยประมาณแล้ว ต้องการเห็นว่าค่างวดต่อเดือนอยู่ในระดับที่รับไหวหรือไม่
ตัวเลขนี้ช่วยให้เทียบหลายราคา หลายอัตราดอกเบี้ย และหลายระยะเวลากู้ได้ก่อนตัดสินใจจองบ้านหรือคอนโด
ผลลัพธ์ไม่รวมค่าประเมิน ค่าจดจำนอง ประกัน และโปรโมชั่นดอกเบี้ยเฉพาะช่วง
ถ้าค่างวดสูงเกินกระแสเงินสดรายเดือน ให้ลองเพิ่มเงินดาวน์ ลดวงเงินกู้ หรือยืดระยะเวลากู้ แต่ต้องจำไว้ว่ายิ่งกู้นาน ดอกเบี้ยรวมมักสูงขึ้น
ตัวอย่าง: บ้านราคา 3,000,000 บาท ดาวน์ 300,000 บาท กู้ 30 ปี ดอกเบี้ย 5.5% ต่อปี จะมียอดกู้ 2,700,000 บาท และควรเทียบค่างวดกับรายได้สุทธิหลังหักภาษีก่อนตัดสินใจ
การกู้ซื้อบ้านในประเทศไทยมีเงื่อนไขหลายอย่างที่แตกต่างจากการกู้ประเภทอื่น สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ LTV Ratio (Loan-to-Value Ratio) หรืออัตราส่วนเงินกู้ต่อราคาบ้าน ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้บ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 10 ล้านบาทกู้ได้สูงสุด 90% ของราคาประเมิน ซึ่งหมายความว่าต้องดาวน์อย่างน้อย 10% สำหรับบ้านหลังแรก และสำหรับบ้านหลังที่สองขึ้นไปหรือบ้านราคาเกิน 10 ล้านบาท LTV จะลดลงเหลือ 80% คือต้องดาวน์ 20% ขึ้นไป
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านของธนาคารไทยมักมีโครงสร้าง 2 ช่วง ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยช่วง 3 ปีแรก ที่มักเป็นอัตราพิเศษ (Promotional Rate) ต่ำกว่าปกติเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยอาจเป็นอัตราคงที่ (Fixed Rate) หรือลอยตัวแบบ MRR/MLR-X% และ ช่วงปีที่ 4 เป็นต้นไป มักเป็น MLR+ หรือ MRR+ ซึ่งอาจสูงกว่าช่วงแรกอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบัน MLR ของธนาคารพาณิชย์ไทยอยู่ที่ประมาณ 6.8-7.0% ทำให้ดอกเบี้ยจริงหลังปีที่ 3 อาจอยู่ที่ 6-7% ต่อปี
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด: บ้านราคา 3 ล้านบาท ดาวน์ 20% = 600,000 บาท ยอดกู้ 2.4 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี ที่ดอกเบี้ย 5.5% ต่อปี ค่างวดจะอยู่ที่ประมาณ 13,637 บาทต่อเดือน และจะจ่ายดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาประมาณ 2.5 ล้านบาท ซึ่งเกือบเท่ายอดกู้เดิม นอกจากนี้ยังมี ค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น ที่ต้องเตรียม เช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ 2% ของราคาประเมิน ค่าจดจำนอง 1% ของยอดกู้ ค่าประกันอัคคีภัยและชีวิต รวมถึงค่าธรรมเนียมการประเมินราคาบ้าน
ธนาคารโดยทั่วไปพิจารณาจากค่างวดไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน หากกู้ 2.4 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี ดอกเบี้ย 5.5% ค่างวดประมาณ 13,637 บาท คุณควรมีรายได้ต่อเดือนอย่างน้อย 34,000-40,000 บาท อย่างไรก็ตามธนาคารจะพิจารณาภาระหนี้รวมทั้งหมด ไม่ใช่แค่สินเชื่อบ้าน รวมถึงประวัติเครดิตจาก NCB ด้วย
รีไฟแนนซ์คุ้มเมื่ออัตราดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าเดิมอย่างน้อย 0.5-1% ต่อปี และมีระยะเวลาผ่อนเหลือมากพอจะคืนทุนค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์ ระยะเวลาคืนทุนสามารถคำนวณได้จาก ค่าธรรมเนียม ÷ เงินที่ประหยัดได้ต่อเดือน ควรรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปีหลังหมดโปรโมชั่น เพราะจะได้อัตราพิเศษใหม่จากธนาคาร
กู้ร่วมได้ โดยธนาคารจะรวมรายได้ของผู้กู้ร่วมเพื่อคำนวณวงเงินกู้ ทำให้กู้ได้มากขึ้น ข้อดีคือเพิ่มโอกาสอนุมัติ ข้อเสียคือผู้กู้ร่วมทุกคนรับผิดชอบหนี้เต็มจำนวน หากฝ่ายใดผิดนัดชำระ เครดิตของทุกคนจะเสียหาย ควรมีข้อตกลงชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างผู้กู้ร่วมด้วย
*ลิงก์พาร์ทเนอร์ — เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นหากคุณสมัครผ่านลิงก์นี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ
* ลิงก์พาร์ทเนอร์ ACCESSTRADE — ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้สมัคร