คำนวณปิดหนี้และดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย

คำนวณแผนปิดหนี้ออนไลน์ฟรี ดูจำนวนเดือนที่ต้องใช้ ดอกเบี้ยรวม และผลของการจ่ายเพิ่มต่อเดือน เหมาะกับบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้ผ่อน

วางแผนปลดหนี้จากยอดหนี้ ดอกเบี้ย และเงินจ่ายต่อเดือน เพื่อเห็นวันหมดหนี้ชัดขึ้น

กรอกตัวเลขหลักที่เกี่ยวข้อง แล้วดูผลลัพธ์ทันทีเพื่อใช้วางแผนก่อนตัดสินใจจริง

ตัวอย่าง: ลองปรับตัวเลขขึ้นลง 2-3 แบบเพื่อดูว่าสิ่งที่เปลี่ยนมีผลต่อเงินปลายทาง ค่างวด หรือเวลาที่ต้องใช้มากแค่ไหน

Calculator

ผลประมาณการ

เวลาปิดหนี้-
ดอกเบี้ยรวม-
ยอดจ่ายทั้งหมด-
สถานะ-

ใช้เพื่อประมาณการ ไม่รวมภาษี ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขเฉพาะของสถาบันการเงิน

วิธีใช้เครื่องคำนวณปิดหนี้

  1. กรอก ยอดหนี้ปัจจุบัน ที่คงเหลืออยู่จริง ไม่ใช่ยอดเต็มตอนกู้
  2. ใส่ ดอกเบี้ยต่อปี ตามสัญญา เช่น บัตรเครดิตทั่วไปอยู่ที่ 18% สินเชื่อส่วนบุคคล 20–28% หนี้รถ 4–7%
  3. กรอก จ่ายต่อเดือน ที่คุณจ่ายได้แน่นอน และ จ่ายเพิ่มต่อเดือน ถ้ามีเงินเหลือ
  4. ดูผล "เวลาปิดหนี้" และ "ดอกเบี้ยรวม" เปรียบเทียบระหว่างจ่ายปกติกับจ่ายเพิ่ม

อ่านผลลัพธ์อย่างไร

ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือ "ดอกเบี้ยรวม" — นี่คือเงินที่คุณจ่ายไปโดยไม่ได้ลดเงินต้นเลย ยิ่งปิดหนี้ได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งประหยัดดอกเบี้ยได้มากเท่านั้น ลองเพิ่ม "จ่ายเพิ่มต่อเดือน" แค่ 500–1,000 บาท แล้วดูว่าดอกเบี้ยรวมลดลงไปเท่าไหร่ ตัวเลขนี้มักทำให้หลายคนตัดสินใจโปะหนี้เพิ่มทันที

วิธีจัดการหนี้อย่างมีระบบ: Avalanche vs Snowball

เมื่อมีหนี้หลายก้อนพร้อมกัน คำถามที่ทุกคนสงสัยคือ "ควรโปะหนี้ก้อนไหนก่อน?" นักวางแผนการเงินมีคำตอบสองแนวทางหลัก ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน สิ่งสำคัญคือต้องเลือกแนวทางที่เหมาะกับจิตวิทยาและสถานการณ์ของคุณ ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ดีที่สุดบนกระดาษ

วิธีที่ 1: Debt Avalanche (โปะดอกเบี้ยสูงก่อน)

หลักการ: ชำระขั้นต่ำทุกก้อน แล้วนำเงินส่วนเกินทั้งหมดโปะหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน เมื่อก้อนนั้นหมด นำเงินทั้งหมดไปโปะก้อนถัดไปที่มีดอกเบี้ยสูงรองลงมา

ข้อดี: ประหยัดดอกเบี้ยรวมได้มากที่สุด เหมาะกับคนที่มีวินัยและโฟกัสที่ตัวเลขได้ต่อเนื่อง

ข้อเสีย: หนี้ดอกเบี้ยสูงมักเป็นก้อนใหญ่ ต้องใช้เวลานานกว่าจะปิดก้อนแรกได้ อาจรู้สึกท้อก่อน

วิธีที่ 2: Debt Snowball (โปะยอดน้อยก่อน)

หลักการ: ชำระขั้นต่ำทุกก้อน แล้วนำเงินส่วนเกินโปะหนี้ที่มียอดคงเหลือน้อยที่สุดก่อน โดยไม่คำนึงถึงดอกเบี้ย เมื่อก้อนเล็กหมด นำเงินไปโปะก้อนถัดไป

ข้อดี: ปิดหนี้ก้อนแรกได้เร็ว รู้สึกสำเร็จทำให้มีแรงใจต่อ เหมาะกับคนที่ต้องการแรงจูงใจระยะสั้น

ข้อเสีย: จ่ายดอกเบี้ยรวมมากกว่า Avalanche

ตัวอย่างเปรียบเทียบ Avalanche vs Snowball

สมมติมีหนี้สองก้อน และมีเงินเหลือโปะเพิ่ม 1,500 บาทต่อเดือน:

แผน Avalanche: โปะบัตรเครดิต (18%) ก่อน ใช้ 1,500 + 1,500 = 3,000 บาทต่อเดือนกับบัตรเครดิต บัตรจะหมดใน 18–19 เดือน ประหยัดดอกเบี้ยบัตรเครดิตได้ประมาณ 8,000–10,000 บาทเมื่อเทียบกับจ่ายขั้นต่ำ จากนั้นรวมเงินโปะหนี้รถเพิ่มเป็น 4,000 + 3,000 = 7,000 บาทต่อเดือน หนี้รถหมดเร็วขึ้นหลายปี

แผน Snowball: โปะบัตรเครดิต (ยอดน้อยกว่า) ก่อนเช่นกันในกรณีนี้ เพราะยอดต่างกันมาก ผลลัพธ์จะคล้ายกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าหนี้รถมียอดเหลือเพียง 30,000 บาท Snowball จะให้โปะรถก่อน ซึ่งดอกเบี้ยรวมจะสูงกว่า Avalanche

ผลของการจ่ายเพิ่มเดือนละ 1,000 บาท

สำหรับหนี้บัตรเครดิต 80,000 บาท ดอกเบี้ย 18% ต่อปี จ่ายปกติ 3,000 บาทต่อเดือน:

การจ่ายเพิ่มเพียงเดือนละ 1,000 บาท คุ้มค่ากว่าการนำเงินไปฝากธนาคารได้ดอกเบี้ย 2% เพราะหนี้บัตรเครดิตคิดดอกเบี้ย 18% ต่อปี การ "ลงทุน" ที่ให้ผลตอบแทน 18% แน่นอนคือการโปะหนี้นั่นเอง

กับดักหนี้ที่ต้องระวัง

คำถามที่พบบ่อย

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดอย่างไร ทำไมถึงสูงมาก?

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 18% ต่อปี (ลดจาก 20% เดิมในปี 2563) แต่วิธีคิดดอกเบี้ยคือคิดทบต้นรายวันบนยอดคงเหลือ ถ้าคุณมียอด 50,000 บาท ดอกเบี้ยต่อวันอยู่ที่ 50,000 × 18% ÷ 365 ≈ 24.66 บาทต่อวัน หรือประมาณ 740 บาทต่อเดือน ถ้าจ่ายขั้นต่ำน้อยกว่าดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ยอดหนี้จะไม่มีวันลดลง

ควรโทรหาธนาคารขอลดดอกเบี้ยได้ไหม?

ได้และควรทำ หากมีประวัติชำระดีและเป็นลูกค้ามานาน ธนาคารหลายแห่งมีโปรแกรม "ปรับโครงสร้างหนี้" หรือให้ดอกเบี้ยผ่อนปรนแบบ 0% ชั่วคราวสำหรับลูกค้าที่ขอความช่วยเหลือ สาระสำคัญคือต้องโทรก่อนที่จะค้างชำระ เพราะหลังค้างแล้วตัวเลือกจะน้อยลงมาก

ถ้ามีหนี้หลายก้อน ควรรวมหนี้ (Debt Consolidation) ไหม?

การรวมหนี้คุ้มค่าเมื่อ: ดอกเบี้ยหลังรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหนี้ทุกก้อน, ค่าธรรมเนียมรวมไม่สูงเกินผลประหยัด, และที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องหยุดสร้างหนี้ใหม่ได้จริง มิฉะนั้นการรวมหนี้จะกลายเป็นการยืดอายุหนี้ออกไป ไม่ใช่การแก้ปัญหา

ระหว่างโปะหนี้กับออมเงินฉุกเฉิน ควรทำอะไรก่อน?

แนะนำทำพร้อมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม ก่อนอื่นสร้างเงินฉุกเฉินขั้นต่ำ 1 เดือน (ประมาณ 20,000–30,000 บาท) เพื่อป้องกันการกู้หนี้ใหม่เมื่อฉุกเฉิน แล้วจึงโฟกัสโปะหนี้ดอกเบี้ยสูง (บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล) ให้หมดก่อน หลังจากนั้นค่อยเพิ่มเงินฉุกเฉินให้ครบ 3–6 เดือน และเริ่มออมเงินเพื่อเป้าหมายระยะยาวอื่นๆ

เครื่องมือการเงินที่ควรใช้ต่อ

🏦 สินเชื่อรวมหนี้ที่แนะนำ

ลิงก์พาร์ทเนอร์

* กู้เพราะจำเป็น และชำระคืนไหวเท่านั้น ดอกเบี้ย TTB Cash2Go 17%–25% ต่อปี