คำนวณดอกเบี้ยทบต้นและเงินลงทุนปลายทาง

ดูว่าเงินต้น เงินสมทบรายเดือน ผลตอบแทน และระยะเวลาจะทำให้เงินลงทุนเติบโตได้เท่าไหร่

เห็นพลังของเวลาและการลงทุนสม่ำเสมอ

ดอกเบี้ยทบต้นเป็นหัวใจของการออมและลงทุนระยะยาว เครื่องมือนี้ช่วยให้เห็นผลต่างระหว่างเงินที่ใส่เองกับผลตอบแทนที่เกิดจากการทบต้น

เหมาะกับการตั้งเป้าหมายเงินเก็บ วางแผนเกษียณ หรือเทียบว่าการเพิ่มเงินลงทุนรายเดือนส่งผลต่อเงินปลายทางมากแค่ไหน

Compound Interest Calculator

ผลประมาณการ

เงินลงทุนปลายทาง-
เงินที่ใส่เองทั้งหมด-
ผลตอบแทนโดยประมาณ-
จำนวนเดือนลงทุน-

ผลลัพธ์เป็นการประมาณแบบทบต้นรายเดือน ไม่รวมภาษี ค่าธรรมเนียม และความผันผวนของตลาด

วิธีใช้

  1. ใส่เงินเริ่มต้นที่มีอยู่
  2. ใส่เงินลงทุนต่อเดือนที่ทำได้สม่ำเสมอ
  3. กรอกผลตอบแทนต่อปีที่คาดหวัง
  4. ดูเงินปลายทางและผลตอบแทนจากการทบต้น

ควรใช้คู่กับอะไร

ถ้าตัวเลขนี้ใช้เพื่อเกษียณ ให้เปิด retirement calculator ต่อเพื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ถ้าใช้ตัดสินใจลงทุน ให้ดู ROI calculator เพื่อเทียบความคุ้มค่าของแต่ละทางเลือก

ตัวอย่าง: เงินเริ่มต้น 100,000 บาท ลงทุนเพิ่มเดือนละ 5,000 บาท ผลตอบแทน 7% ต่อปี นาน 20 ปี จะเห็นว่าผลตอบแทนจากการทบต้นเริ่มมีสัดส่วนใหญ่กว่าเงินที่ใส่เองเมื่อเวลาผ่านไป

พลังของดอกเบี้ยทบต้น และกฎ Rule of 72 ที่นักลงทุนทุกคนควรรู้

ดอกเบี้ยทบต้นคือหัวใจของการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว และมีสูตรง่ายๆ ที่ช่วยประเมินพลังนี้ได้ทันที เรียกว่า กฎ Rule of 72 ซึ่งบอกว่าเงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในกี่ปี โดยนำ 72 หารด้วยอัตราผลตอบแทนต่อปี ตัวอย่างเช่น หากลงทุนที่ผลตอบแทน 8% ต่อปี เงินจะเท่าตัวในประมาณ 72÷8 = 9 ปี หากได้ผลตอบแทน 6% ใช้เวลา 12 ปี และหากได้เพียง 3% ต้องรอถึง 24 ปี กฎนี้ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องการลงทุนได้เร็วโดยไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลข

ความแตกต่างระหว่าง ทบต้นรายปี กับ ทบต้นรายเดือน ก็สำคัญมาก แม้อัตราดอกเบี้ยต่อปีเท่ากัน แต่ทบต้นรายเดือนให้ผลตอบแทนสูงกว่าเพราะผลตอบแทนแต่ละเดือนถูกนำกลับมาคำนวณซ้ำเร็วกว่า ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ กองทุนรวมหรือ SSF/RMF ที่มีการลงทุนต่อเนื่องรายเดือนและคำนวณผลตอบแทนแบบทบต้นทุกวัน จะสร้างผลต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับฝากเงินที่ทบต้นเพียงปีละครั้ง

ตัวอย่างที่จับต้องได้: เงิน 100,000 บาท ลงทุนที่ผลตอบแทน 7% ต่อปี นาน 20 ปี โดยไม่ลงทุนเพิ่ม จะเติบโตเป็น 386,968 บาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ลงทุนเลยและเก็บเงินไว้เฉยๆ ผลต่างนั้นคือ 286,968 บาท ที่มาจากพลังของดอกเบี้ยทบต้น ไม่ใช่เงินที่ใส่เพิ่ม ถ้าลงทุนเพิ่มเดือนละ 5,000 บาทด้วย มูลค่าปลายทางจะสูงกว่านี้อีกมาก และผลตอบแทนสะสมอาจแซงหน้าเงินที่ลงทุนเองไปอย่างมีนัยสำคัญในช่วงท้าย

ตัวอย่างผลของการเริ่มลงทุนเร็ว vs ช้า

เคล็ดลับการใช้ดอกเบี้ยทบต้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอกเบี้ยทบต้น

Rule of 72 ใช้ได้แม่นยำแค่ไหน และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

Rule of 72 เป็นสูตรประมาณการที่แม่นยำสำหรับอัตราดอกเบี้ยระหว่าง 6-10% ต่อปี เช่น 72÷8 = 9 ปี ใกล้เคียงกับค่าจริงมาก แต่ที่อัตราสูงมากหรือต่ำมาก ความแม่นยำจะลดลง กฎนี้เหมาะสำหรับประมาณการเร็วในหัว ไม่ควรใช้ในการวางแผนการเงินจริงจังโดยไม่ใช้เครื่องคำนวณที่แม่นยำกว่า

ทบต้นรายเดือนกับรายปีต่างกันเท่าไหร่ในทางปฏิบัติ?

ที่อัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี ทบต้นรายปีให้ผลตอบแทน 7.00% ต่อปี ในขณะที่ทบต้นรายเดือนให้ผลตอบแทนสุทธิ (Effective Annual Rate) อยู่ที่ประมาณ 7.23% ต่อปี ผลต่างดูเล็กน้อยในระยะสั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป 20-30 ปี ตัวเลขสะสมจะต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหลายแสนบาท

ควรใช้ผลตอบแทนเท่าไหร่ในการคำนวณแผนเกษียณ?

สำหรับการวางแผนระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้ใช้ผลตอบแทนสุทธิหลังเงินเฟ้อ (Real Return) อยู่ที่ 4-6% ต่อปีสำหรับพอร์ตผสมหุ้น-ตราสารหนี้ สำหรับกองทุนดัชนีตลาดหุ้นไทยในระยะยาว ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8-10% ต่อปีก่อนหักเงินเฟ้อ ควรใช้ตัวเลขอนุรักษ์นิยมไว้เผื่อความไม่แน่นอน

เครื่องมือการเงินที่ควรใช้ต่อ