ข้อมูลการเปรียบเทียบ
⚡ รถ EV
⛽ รถน้ำมัน
รวมค่าเสื่อมราคา, เชื้อเพลิง/ไฟฟ้า, ซ่อมบำรุง, ประกัน, ภาษี และค่าชาร์จเจอร์ — กราฟแสดงต้นทุนสะสมรายปี
กรอกข้อมูล แล้วกด "คำนวณ"
ราคา + เชื้อเพลิง + ซ่อมบำรุง + ประกัน + ภาษี + ค่าเสื่อม พร้อม Break-even year
ข้อมูลการเปรียบเทียบ
รวมค่าเสื่อมราคา, เชื้อเพลิง/ไฟฟ้า, ซ่อมบำรุง, ประกัน, ภาษี และค่าชาร์จเจอร์ — กราฟแสดงต้นทุนสะสมรายปี
กรอกข้อมูล แล้วกด "คำนวณ"
เมื่อเปรียบเทียบต้นทุนรวม (TCO) ของรถ EV vs รถน้ำมันในประเทศไทย รถ EV มักมีราคาซื้อสูงกว่า 100,000-300,000 บาท แต่ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้มากเพราะค่าไฟในไทยอยู่ที่ประมาณ 4-5 บาท/kWh เมื่อเทียบกับน้ำมันที่ราคาผันผวน นอกจากนี้ค่าซ่อมบำรุง EV ต่ำกว่ารถน้ำมันประมาณ 30-40% เนื่องจากมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยกว่า เมื่อรวมทุกอย่างในระยะ 5-7 ปี รถ EV มักคุ้มทุนและประหยัดกว่าในระยะยาว
รถ EV ส่วนใหญ่ใช้ไฟฟ้าประมาณ 14-18 kWh ต่อ 100 กม. และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในไทยอยู่ที่ประมาณ 4.2-4.8 บาท/kWh ทำให้ต้นทุนพลังงานอยู่ที่ประมาณ0.60-0.86 บาท/กม. เมื่อเทียบกับรถน้ำมันที่ประสิทธิภาพ 14 กม./ลิตร ราคาน้ำมัน 40 บาท/ลิตร จะเสียค่าน้ำมัน 2.86 บาท/กม. ส่วนต่างนี้ทำให้ผู้ที่ขับรถปีละ 20,000 กม. ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ประมาณ 45,000 บาท/ปี
จุดคุ้มทุนของรถ EVขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ส่วนต่างราคาซื้อ ระยะทางขับต่อปี ราคาน้ำมัน และค่าไฟ สำหรับคนไทยที่ขับ 20,000 กม./ปี โดยทั่วไป Break-even อยู่ที่ประมาณปีที่ 4-6 แต่สำหรับคนที่ขับมากกว่า 30,000 กม./ปี อาจคุ้มทุนเร็วกว่าที่ปีที่ 3-4 ใช้เครื่องคิดเลขนี้กรอกข้อมูลจริงของคุณเพื่อดูจุดคุ้มทุนที่แม่นยำ
รัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุนรถ EVผ่านหลายมาตรการ ได้แก่ การลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถ EV การให้เงินอุดหนุนซื้อรถ EV ผ่านโครงการ 30@30 (ตั้งเป้า 30% ของการผลิตรถยนต์เป็น EV ภายในปี 2030) และการยกเว้นภาษีนำเข้าชั่วคราวสำหรับรถ EV บางรุ่น นอกจากนี้ค่าจดทะเบียนรถ EVยังถูกกว่ารถน้ำมัน และหลายจังหวัดกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จเพื่อรองรับการเติบโตของ EV ในไทย