ทำความเข้าใจจุดคุ้มทุน
ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)
ค่าใช้จ่ายที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามยอดขาย เช่น ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน ค่าเสื่อมราคา ค่าประกัน
ต้นทุนผันแปร (Variable Cost)
ต้นทุนที่เพิ่มตามยอดขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าคอมมิชชั่น ค่าจัดส่ง
Contribution Margin
ราคาขาย − ต้นทุนผันแปร คือส่วนที่ช่วยดูดซับต้นทุนคงที่ ยิ่งสูงยิ่งดี ธุรกิจถึงจุดคุ้มทุนได้เร็วขึ้น
วิธีใช้ Break-Even Calculator
- กรอกต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) เช่น ค่าเช่า เงินเดือน
- ใส่ต้นทุนผันแปรต่อชิ้น (Variable Cost) เช่น วัตถุดิบ
- กรอกราคาขายต่อชิ้น
- ดูจุดคุ้มทุน — ต้องขายกี่ชิ้นและยอดขายเท่าไหร่
วิธีลดจุดคุ้มทุน
- ลดต้นทุนคงที่ — เจรจาค่าเช่า ลด overhead
- ลดต้นทุนผันแปร — ต่อรองซัพพลายเออร์ ประหยัดวัตถุดิบ
- ขึ้นราคาขาย — เพิ่ม Contribution Margin ต่อชิ้น
- เพิ่ม product mix ที่มี margin สูง
📊 ซอฟต์แวร์บัญชีออนไลน์สำหรับ SME
ลิงก์พาร์ทเนอร์*ลิงก์พาร์ทเนอร์ — เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นหากคุณสมัครผ่านลิงก์นี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ
คำถามที่พบบ่อย — Break-Even Calculator
Break-Even Point คืออะไร?
จุดคุ้มทุน คือระดับยอดขายที่รายได้รวม = ต้นทุนรวม ไม่มีกำไรและไม่ขาดทุน สูตร: BEP (หน่วย) = ต้นทุนคงที่ ÷ Contribution Margin ต่อหน่วย
Contribution Margin คืออะไร?
CM = ราคาขาย - ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย คือส่วนที่เหลือหลังหักต้นทุนผันแปร เพื่อนำไปชำระต้นทุนคงที่และสร้างกำไร ยิ่ง CM สูง ยิ่งถึงจุดคุ้มทุนได้เร็ว
ต้นทุนคงที่กับต้นทุนผันแปรต่างกันอย่างไร?
ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ไม่เปลี่ยนตามยอดผลิต เช่น ค่าเช่า เงินเดือน ค่าประกัน ส่วนต้นทุนผันแปร (Variable Cost) เพิ่มขึ้นตามยอดผลิต เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงรายชิ้น ค่าส่ง
จะลดจุดคุ้มทุนได้อย่างไร?
3 วิธีหลัก: 1) ลดต้นทุนคงที่ เช่น เจรจาค่าเช่า ลด overhead 2) ลดต้นทุนผันแปรต่อหน่วย เช่น ต่อรองราคาวัตถุดิบ 3) เพิ่มราคาขาย เพื่อให้ Contribution Margin ต่อชิ้นสูงขึ้น